ประกาศข่าวประชาสัมพันธ์ ทุกองค์ความรู้ เกิดขึ้นจากความเชื่อและศรัทธา นำไปสู่การแสวงหาพระเครื่องมาเพื่อสะสมและบูชา
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสมเด็จฯตามบันทึกหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสมเด็จฯตามบันทึกหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯตามบันทึกหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์

การย่อเนื้อหาบันทึกของหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการสร้างพระสมเด็จฯ

หลวงปู่คำมีความใกล้ชิดกับเจ้าประคุณสมเด็จฯโต วัดระฆังโฆษิตาราม เจ้าประคุณสมเด็จฯโต เรียกท่านว่าหลวงพี่ ท่านไปช่วยเจ้าประคุณสมเด็จฯโตทำพระสมเด็จอยู่เสมอ และอยู่จนท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต สั่งเสียการจัดงานเอาไว้ก่อนมรณภาพ หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ ได้จดบันทึกเรื่องราวต่างๆเอาไว้ และมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระสมเด็จฯ ซึ่งขอย่อเนื้อหาใจความ เพื่อให้อ่านและเข้าใจง่ายขึ้น

พิมพ์พระสมเด็จทรงนิยมที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จัก
✨พิมพ์ที่ ๑ ทรงพระประธาน มี ๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๒ ทรงชายจีวร มี ๑๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๒ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๓ อกร่องหูยานฐานแซม มี ๓ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๔ เกศบัวตูม มี ๔ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๕ ปรกโพธิ์มีพิมพ์ที่ไม่แตกมี ๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๖ ฐานคู่มีพิมพ์ที่ไม่แตก มี ๓ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๗ เส้นด้าย มี ๑๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๒ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๘ สังฆาฏิ มี ๗ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
✨พิมพ์ที่ ๙ หน้าโหนกอกครุฑ มี ๑๖ พิมพ์ ทั้งพิมพ์ใหญ่
✨พิมพ์ที่๑๐ พิมพ์ทรงเจดีย์ มี ๒ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์

 พิมพ์ที่ไม่นิยมที่สร้างก่อนสร้างสมเด็จพระผง และเป็นพระพิมพ์แรกของท่านสมเด็จโตสร้าง
✨พิมพ์ ถ้ำชา มีสร้างประมาณ ๕,๐๐๐ องค์ เข้ากรุ ๓,๐๐๐ องค์ ที่วัดโพธิ์ บางประอิน และพิมพ์หลวงพ่อโต เข้ากรุวัดพิตเพียน หรือวัดกุฏีทอง จ.อยุธยา

พิมพ์ที่ทำจำนวนน้อยที่สุด เนื่องจากพิมพ์แตกก่อน
✨พิมพ์ ไกเซอร์ มีประมาณ ๕๐๐ องค์ เป็นพระที่มีสวยงามที่สุด ทำยากที่สุด ทำขึ้นเพื่อนำขึ้นถวาย ร.๕ ก่อนเสด็จประพาสยุโรป และแจกให้กับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ที่ตามเสด็จ ลักษณะเด่น องค์พระนั่งบนบัว ๕ กลีบ คลิกอ่านรายละเอียดพิมพ์ไกเซอร์

พิมพ์พระผงที่ทำครั้งแรก
✨พิมพ์ ทรงเจดีย์ ทำขึ้นหลังจากที่กลับจากธุดง มีที่ วัดบางขุนพรหมนอก  วัดอินทร์ และวัดลครทำหรือวัดเจดีย์นอน เท่านั้น

พิมพ์ที่สร้างขึ้นตามที่ชาวบ้านขอให้สร้าง
✨พิมพ์ที่ทำเหมือนพิมพ์ไกเซอร์ เป็นพิมพ์เล็กกว่า
✨พิมพ์ล้อพิมพ์ไกเซอร์ เป็นการเลียนแบบ ขนาดเท่ากับพิมพ์ไกเซอร์ ข้อแตกต่าง องค์พระนั่งบนอาสนะ ๓ ชั้น เรียกว่าพิมพ์เศียรบาตร แต่ครั้งแรกเซียนพระเข้าใจว่าเป็นพิมพ์ไกเซอร์

พิมพ์พระสมเด็จที่สวยงามที่สุด
✨เป็นพิพม์ที่ ขุนหลวงวิจารย์เจียนัย หรือเจ้าสัวเฮง ทำแบบพิมพ์มาให้สมเด็จโต จำนวน ๙ พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์พระประธาน  ทรงชายจีวร  เส้นด้าย

การเปิดกรุพระสมเด็จฯครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕
✨กรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส สมัย พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ มีการเจาะกรุเจดีย์ เพียง ๑ ช่อง จากจำนวน ๔ ช่องได้พระสมเด็จเป็นจำนวนมาก นำไปแจกให้กับนายตำรวจนครบาลและภูธร

การสร้างพระสมเด็จหลังเปิดกรุ พ.ศ.๒๔๙๕


✨ส่วนพระที่แตกหัก ได้มีการรวบรวมและมาบดทำพิมพ์ สร้างเป็นพระสมเด็จฯ ที่วัดอินทร์ มีพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นประธานการสร้าง เป็นพิพพ์ พระประธาน และพิมพ์อกร่อง ขอบกระจก ด้านหลังเรียบตัน พระจะมีเนื้อสีขาวตุ่น เพราะมีผงของพระสมเด็จจากกรุจำนวนมาก

✨และมีการสร้างพระสมเด็จฯในปีเดียวกันที่วัดระฆัง โดยหลวงปู่นาค มีสีขาวอมเหลือง เพราะมีผงพระสมเด็จฯจำนวนน้อยกว่า ด้านหลังมีตราแผ่นดิน หรือตราโล่ห์ตำรวจ ซึ่งมีการเข้าใจผิดสับสน ในพระรุ่นนี้ เพราะสร้างในปีเดียวกัน และหลวงปู่นาค ปลุกเศก ทั้งสองรุ่น


การเปิดกรุสมเด็จฯครั้งใหญ่ เมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๐
✨กรุเจดีย์ วัดวรามะตาราม(หรือ "วัดอมฤตรส" แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดบางขุนพรหม" หรือ "วัดบางขุนพรหมใน" ) มี พล.อ.ประภาส จารุเสถียร เป็นประธานในการเปิดกรุ มีพระสมเด็จฯที่ทำการล้างแล้วอยู่ในสภาพดี เพียง ๒,๙๕๐ องค์  มีพระพิมพ์ต่าง ดังนี้
✬พิมพ์หน้าโหนกอกครุฑหรือเศีัยรบาตร
✬พิมพ์ชายจีวร หนา บาง เส้นลวด
✬พิมพ์เส้นด้าย ๑๐ พิมพ์
✬พิมพ์สังฆาฎิ
✬พิมพ์เกศบัวตูม ๑๐ พิมพ์
✬พิมพ์ฐานคู่ ๗-๘ พิมพ์
✬พิมพ์ทรงพระประธาน ๑๐ กว่าพิมพ์
✬พิมพ์ปรกโพธิ์
✬พระถ้ำชา ๑ องค์
✬พระสมเด็จฯ ๗ ชั้น ๓ องค์(อาจไม่ใช่ น่าจะเป็นปางพระนอน(ไสยาสน์)และตะกรุด ๑ ดอก
✸✸✸กรุนี้ จะไม่มีพระสมเด็จฯพิมพ์ ทรงเจดีย์✸✸✸


ในปี พ.ศ.๒๕๐๑ ลุงแฉล้ม บัวเปลี่ยนสี พระ เณร ในวัดช่วยกัน ขุดค้นหาพระสมเด็จฯที่ตกค้างอยู่ในก้นกรุ ตามซอกกรุ ที่มีสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ ออกมาให้ประชาชนเช่าอีกครั้ง โดยด้านหลังพระตีตราเจดีย์ใหญ่ มีอักษร มตรส และใต้เจดีย์ มีปี พ.ศ. ๒๕๐๐

คราบพระกรุสมเด็จโต
คราบกรุของพระสมเด็จฯ กรุวัดบางขุนพรหม แตกต่างจากวัดระฆัง เพราะพระที่สร้างมีส่วนผสมของผงปูนและเปลือกหอยจำนวนมาก จึงเกิดการทำปฏิกริยา กับน้ำและอากาศ ทำให้เกิดคราบกรุเกาะตามองค์พระที่บรรจุอยู่ในเจดีย์ และเนื่องจากได้มีการให้ประชาชน มาตกพระ หรือตกเบ็ดพระ เอาพระออกจากกรุ ตามช่องของเจดีย์ ด้วยดินเหนียวปั้น ทำให้มีเศษดินและน้ำที่กรอกลงไป ทับถมองค์พระอีกเป็นจำนวนมาก เกิดสภาพของคราบกรุที่ไม่เหมือนที่อื่น แบ่งสภาพของพระที่มีคราบกรุเกาะอยู่กับองค์พระในแต่ละชั้น ดังนี้

✨ชั้นที่ ๑ อยู่บนสุดของกรุ ดินที่เกาะองค์พระจะดูดเอาน้ำมันตังอิ๊วออกไปด้วย พระจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เมื่อมาทำการล้างคราบของพระออก เนื้อพระจะขาวสวยงาม ถ้าพระวัดระฆังฝากกรุ หรือพระสองคลอง นำมาฝากใส่ลงไปในกรุวัดบางขุนพรหม จะมีสภาพที่สวยงามที่สุด

✨ชั้นที่ ๒ จะเห็นคราบน้ำมันตังอิิ๊ว เป็นเม็ดๆ ไข่ปลา ปุดเม็ดสีน้ำตาลเล้กๆขึ้นบนองค์พระ คล้ายหนังกระเบน บางองค์จะจับเป็นปื้นคล้ายฟองเต้าหู้ สภาพองค์พระเหมือนเดิมเพียงมีคราบคล้ายฟองเต้าหู้ เกาะอยู่เท่านั้น

✨ชั้นที่ ๓ เนื้อพระจะมีรอยเหมือนปูไต่ หรือหนอนตายซาก เกาะอยู่ตามผิวพระ แข็ง ล้างไม่ออกแต่พระยังไม่จับกันเป็นก้อน ผิวพระขลุขละ ไม่เรียบ เซียนพระเรียกว่า รอยปูไต่
พระบางองค์ที่จุ่มน้ำจะมีคราบสีเขียวเป็นทาง เอามาล้างออกแล้วตากแห้ง องค์พระจะออกเป็นสีเขียวอมดำ แต่ถ้าพระแช่อยู่ในน้ำ สีเขียวของตะไคร่เมื่อล้างออกเนื้อพระจะใสกว่า

✨ชั้นที่ ๔ เนื้อพระจะเกาะติดกันเป็นชั้น เพราะแช่อยู่ในน้ำ ผงปูนเกาะกัน ถ้าแซะคราบออกแรงพระจะแตกหักง่าย  ต้องค่อยแซะออก องค์พระจะมีขี้ตะไคร่ ขี้กรุ  องค์พระสีขาวตุ่น  หรือสีขาวอมเขียว เซียนบางคน เรียกว่า เนื้อก้านมะลิ ที่จริงไม่ใช่ เพราะเนื้อก้านมะลิ คือเนื้อเกษร ๑๐๘ ผงเกษรผสมน้ำเกษร สีม่วงอมดำเมื่อผสมออกมาแล้วจะเหมือนก้านมะลิ ไม่ใช่ขี้ตะไคร่ จับจนมีสีเขียว แล้วเรียกว่าเนื้อก้านมะลิ

✨ชั้นที่ ๕ อยู่่ลึกก่อนถึงชั้นดิน ก่อนจะนำพระลงไปเอาปูนรองพื้นก่อน จึงวางองค์พระ และระหว่างร่ององค์พระก็โรยผงปูนเอาไว้ ช่วงที่ชาวบ้านมาตกพระ เมื่อตกไม่ได้ ก็อัดและกรอกน้ำลงไปเพื่อให้องค์พระลอย จึงทำปูนที่โดนน้ำเกาะองค์พระเป็นก้อน แซะออก พระก้จะแตกหักเสียหายหมด แต่ถ้าไม่เสียหายก็จะมีขี้กรุจับหนาเกาะองค์พระเต็มไปหมด

ความแตกต่างของผิวคราบกรุของพระสมเด็จฯแต่ละวัด 
วัดระฆัง วัดบางขุนพรหม หรือวัดปากบาง  ผิวพระที่ลงกรุจะคล่ำแต่เนื้อสีของคราบกรุพระจะแตกต่างกันไป ตามเนื้อของพระ
✨เนื้อพระผสมด้วยน้ำมันตังอิ้ว เนื้อผิวพระมีคราบของกรุพระออกสีแดงออกน้ำตาล
✨เนื้อพระผสมด้วยน้ำอ้อยเคี่ยว เนื้อผิวพระมีคราบของกรุพระออกสีดำอมเทา

เมื่อรู้ที่มาเนื้อของพระ ล้างองค์พระ เห็นคราบกรุที่เกาะองค์พระ จะทราบทันทีว่าเป็นพระวัดอะไร
✸พระสมเด็จวัดปากบาง เนื้อไม่แน่น เนื้อผสมน้ำอ้อยผสมที่เคี่ยวพอเดือด ทำให้ ร่อนเป็นขุ่ยๆ
✸พระสมเด็จวัดอินทร์ เนื้อผสมน้ำอ้อยเคี่ยวจนเป็นยางมะตูม แต่คนกดพิมพ์พระซัดแป้งมากน้อยไม่เท่ากัน ทำให้เกิดรอยบุ๋มบนองค์พระ
✷✷✷แต่พระสมเด็จวัดระฆังนั้น เป็นพระที่สร้างขึ้นก่อนเป็นพระเก่าจะวางไว้ชั้นบนของกรุ เมื่อนำมาล้างเนื้อพระขาวใสสวยงาม ไม่มีคราบกรุติดบนผิวเนื้อพระ✸✸✸

พระสมเด็จฯสร้างใหม่ จากผงพระแตกหักของพระสมเด็จฯ
✨ลุงแฉล้ม บัวเปลียนสี ได้รวบรวมเศษพระหักก้นกรุ ผงปูน เปลือกหอย คัดพิมพ์ ๕-๖ พิมพ์ นำเศษพระหัก ผงปูน เปลือยหอย มาบดผสมกับน้ำมันตังอิ้ว มากดลงพิมพ์ เป็นพิมพ์พระตื้นๆ เนื้อหยาบ เนื้อพระขาวอมเทา ให้คนทั่วไปเช่าแต่ไม่ได้รับความนิยม จึงนำลงกรุเจดีย์เล็ก เปิดกรุ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ มีประมาณ ๑๐,๐๐๐ องค์
✨ปี พ.ศ.๒๕๐๙ วัดบางขุนพรหม ได้ทำพระสมเด็จฯขึ้นใหม่ จากการนำผงพระเก่า เนื้อพระขาวคล้ายดินสอพอง ด้านหลังองค์ประทับตราบรรจุและตรารูปเจดีย์ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ไม่ได้รับความนิยมจึงนำลงกรุ

การดูพระสมเด็จฯอย่างง่าย หลวงปู่คำได้บันทึกเอาไว้ 
ให้ดูผิวเนื้อพระเป็นหลักเพราะแบบพิมพ์มีมากมายหลายแบบ  เนื้อพระ ที่เป็นหลัก มี ๓ แบบ
✨๑.สีดอกจำปี  เนื้อพระขาวอมเขียว
✨๒.สีดอกจำปา  เนื้อพระเหลืองอมเขียว
✨๓.สีขาวตุ่น  เนื้อพระก้านมะลิ

สุดท้ายหลวงปู่คำ ได้บันทึกไว้ว่า จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ดังนี้
✨๑.พระสมเด็จฯจะหายาก ที่จะหาเอาไว้บูชา
✨๒.มีทำของเทียม
✨๓.เป็นสินค้าที่หายาก
✨๔.ผู้ที่มีโอ้อวด จะเป็นภัยแก่ตัวเอง
✨๕.พวกค้าขาย จะทำของเทียมมาขายให้กับผู้ที่แสวงหาพระสมเด็จ